หลังคาจอดรถ โรงรถ ที่จอดรถ ต้องลงเสาเข็มไหม
-
ลักษณะโครงสร้าง: เป็นโรงรถโครงสร้างเบา เช่น โครงเหล็กหลังคาเมทัลชีท ไวนิล หรือโพลีคาร์บอเนต ที่มีน้ำหนักเบา และใช้เสาเหล็กปักลงบนฐานรากสำเร็จรูป (เช่น ฟุตติ้งสำเร็จรูปขนาดเล็ก หรือเทปูนทับหน้าธรรมดา)
-
ลักษณะพื้น: เทคอนกรีตเสริมเหล็กหนาประมาณ 10 เซนติเมตร วางบนพื้นดินที่บดอัดแน่นแล้ว (Slab on Ground)
-
ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับบ้านทั่วไปที่มีพื้นที่ดินเซ็ตตัวดีแล้ว การทำโรงรถแบบนี้ นิยมใช้การเทพื้นลอยตัว (แยกโครงสร้างจากตัวบ้าน) โดยไม่ตอกเสาเข็ม เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นโรงรถทรุดตัวแล้วดึงโครงสร้างบ้านหลักให้เสียหาย
-
ข้อควรระวัง: พื้นดินอาจมีการยุบตัวตามกาลเวลา ทำให้พื้นคอนกรีตหรือผิวปูนอาจเกิดรอยร้าวเล็กน้อย หรือทรุดต่ำกว่าตัวบ้านได้ในระยะยาว (แต่ไม่มีผลกับโครงสร้างหลักของบ้าน)
-
ลักษณะโครงสร้าง:
-
เป็นโรงรถโครงสร้างปูน หรือโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก (เช่น หลังคากระเบื้องลอนคู่ หลังคาคอนกรีต หรือทำชั้น 2 เป็นดาดฟ้า/ระเบียง)
-
มีการติดผนังทึบ หรือก่ออิฐฉาบปูนรอบด้าน
-
-
ลักษณะพื้นที่ดิน: พื้นดินบริเวณนั้นเป็นดินอ่อน (เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ) ที่ดินยังมีการทรุดตัวสูง
-
ประเภทเสาเข็มที่ใช้:
-
เสาเข็มสั้น (เสาเข็มหกเหลี่ยมอัดแรง หรือเสาเข็มไอความยาว 4-6 เมตร): นิยมใช้กับฐานรากเสาโรงรถและพื้นคอนกรีต เพื่อช่วยรับน้ำหนักและชะลอการทรุดตัวไม่ให้ทรุดเร็วหรือทรุดเอียงจนน่าเกลียด
-
เสาเข็มเจาะ: หากต้องการสร้างโครงสร้างโรงรถขนาดใหญ่ติดชิดกับตัวบ้านหลักมากๆ เพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างดึงกันจนเกิดรอยร้าวรุนแรง วิศวกรอาจแนะนำให้ใช้เสาเข็มเจาะที่มีความลึกเท่ากับตัวบ้าน
-
-
หลักการ "แยกโครงสร้าง" (Separation): ไม่ว่าจะลงเสาเข็มหรือไม่ก็ตาม โครงสร้างโรงรถควรแยกออกจากตัวบ้านหลักโดยเด็ดขาด (เว้นช่องว่างหรือใส่โฟมกันรอยต่อ Expansion Joint) ห้ามเชื่อมโครงหลังคาโรงรถเข้ากับคานหรือเสาของตัวบ้านหลักโดยตรง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ดินและพื้นโรงรถมักจะทรุดตัวไม่เท่ากับตัวบ้าน หากเชื่อมติดกันจะทำให้ผนังบ้านหรือโครงสร้างหลักฉีกขาดและเสียหายได้









